วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

Nouvelle Vague วงดนตรีสัญชาติฝรั่งเศส

Nouvelle Vague


Nouvelle Vague เป็นวงดนตรีของฝรั่งเศสที่มีลักษณะเป็นดนตรีนิวเวฟ (new wave) ที่มีความทันสมัยและความเป็นดั้งเดิมของดนตรี ผสมผสานกับความเป็นโกธิค จึงทำให้แนวเพลงของวงนี้มีความแปลก เป็นตัวของตัวเอง ด้วยการเล่นเครื่องดนตรีหลากหลาย และการขับร้องด้วยเสียงผู้หญิงที่ร้องด้วยเสียงแหลมเล็ก หรือร้องพึมพำ ซึ่ง Nouvelle Vague เริ่มก่อตั้งวงดนตรีในปี 2003 ที่ถือเป็นวงดนตรีแนวใหม่ในยุค 2000 ซึ่งพวกเขาสร้างสรรค์แนวเพลงป๊อปใหม่ ให้เป็นดนตรีแนวแบบฉบับของพวกเขา และมักใช้เสียงผู้หญิงร้องในการสื่อหรือแสดงความคิดของบทเพลง ถ้าหากลองฟังดีๆจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายในยุคคลาสสิค ดิสโก้ ผสมผสานกับคามเป็นเพลงป๊อปที่ดูมีความสดใสแบบผู้หญิง










วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

Un'altra te (Another You) เพลงรักอิตาลีในยุค 90

Eros Ramazzotti


               เพลงป๊อปโรแมนติกสัญชาติอิตาลี Un'altra te (Another You) เป็นบทเพลงรักในยุค 90 ที่ร้องโดย Eros Ramazzotti นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอิตาเลียน ที่มีความสามารถในการร้องเพลงภาษาอิตาเลียนและภาษาสเปน เพลงของเขาประสบความสำเร็จมากในยุโรป ด้วยเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์และการใช้ภาษาท้องถิ่นในการร้อง ทำให้บทเพลงของ Ramazzotti มีความร่วมสมัยในแบบยุค 90




วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Bond - ดนตรีคลาสสิคร่วมสมัยจากอังกฤษ

BOND


              Bond วงดนตรีคลาสสิคจากอังกฤษ ประกอบไปด้วยนักดนตรีสาวสวย 4 คน ได้แก่ Tania Davis(ไวโอลิน), Eos Chater(ไวโอลิน), Elspeth Hanson(วิโอลา) และGay-Yee Westerhoff(เชลโล) พวกเธอมีความสามารถในการบรรเลงเพลงดนตรีคลาสสิคที่ผสมผสานกับเพลงป๊อป ทำให้ดนตรีมีทั้งความคลาสสิคและทันสมัย ทำให้วง Bond ประสบความสำเร็จสามารถขายได้มากกว่า 4 ล้านแผ่น ซึ่งวง Bond เริ่มก่อตั้งในปี 2000 ในช่วงแรกพวกเธอยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก จนพวกเธอออกอัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีบทเพลงอย่าง Shine ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตามด้วยบทเพลง "Victory" บทเพลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะที่สนุกและคลาสสิคแบบยุโรป ซึ่งเพลงนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นเพลงประกอบบทเวทีมิสยูนิเวิร์สปี 2003 อีกด้วย และเพลง "Fuego" ยังเป็นเพลงที่ถูกนำมาใช้ประกอบการประกวดมิสเวิร์ดและมิสยูนิเวิร์สเช่นกัน

ด้วยท่วงทำนองที่ให้ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิค ทันสมัย สนุก จึงทำให้วง Bond ประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน และบทเพลงยังถูกนำมาใช้ในการสื่อถึงความสวยงามและความหรูหราโอ่อ่า














ภาพประกอบจาก
http://images4.fanpop.com/image/photos/19100000/Bond-bond-quartet-19135951-500-375.jpg

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

the Memory of Trees - แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Enya - the Memory of Trees


               เพลงของ Enya จะเป็นเพลงบรรเลงที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ โดยเอาดนตรีและธรรมชาติมาผสมผสานกัน หรือบางคนอาจจะบอกว่าเพลงของ Enya เป็นเพลงนิวเอจ  แต่โดยส่วนตัวของผู้เขียนแล้วเพลงของ Enya เป็นเพลงที่ต้องค่อยๆฟัง ค่อยๆซึมซับมัน เหมือนเวลามองผู้หญิงที่สวยพิศ(ยิ่งมองยิ่งสวย) ให้ความรู้สึกว่ามันก็มีอะไรเหมือนกัน ซึ่งเพลงของ Enya นอกจากเพลง Only time ที่ดังที่สุดของเธอแล้ว เพลง the Memory of Trees ก็มีความน่าสนใจอยู่ ตรงที่จังหวะและท่วงทำนองของเพลง ถ้าลองหลับตาฟัง ดนตรีที่ค่อยๆดังขึ้น จนถึงท่อนกลางของเพลง มันเหมือนกับแสงสว่างที่เห็นอยู่ไกลๆแล้วเราเดินตามแสงไป จนแสงนั้นสว่างจ้า

               the Memory of Trees เป็นเพลงที่ผู้เขียนเริ่มฟังแบบจริงจังตอนสมัยเรียนอยู่ปี 1 ตอนนั้นอาจารย์ที่คณะ(สถาปัตย์) ให้เหล่าเด็กปี 1 อย่างเราออกแบบจุด เส้น ระนาบจากการฟังเสียง นั่นแหละทำให้ผู้เขียนฟังเพลงนี้น่าจะเกิน20 รอบได้  ตอนแรกฟังก็ยังไม่ได้อะไร ต้องอาศัยจินตนาการล้วนๆ และการมโนเอาเอง (555) แต่หลังๆเหมือนยิ่งฟังยิ่งติด กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เวลาผู้เขียนจะทำอะไรที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ เพลงของ Enya ช่วยได้เหมือนกันโดยเฉพาะเพลงนี้


               ลองสังเกตดู เพลงที่แปลกๆหรือเพลงหลอนๆ จะสร้างจินตนาการได้ดี เหมือนกับ the Memory of Trees เป็นเพลงที่เราหาทางออกได้เสมอ


ป่ากับแสงธรรมชาติ




                                                                     เพลง the Memory of Trees


                                                                      เพลง Only Time

What a Wonderful World เพลงคลาสสิคแนวคิดบวก

Louis Armstrong


              เพลง What a Wonderful World เป็นเพลงที่ผู้เขียนชอบอีกเพลงหนึ่ง เพราะว่าเป็นเพลงที่มีการแต่งที่เหมือนการเล่าเรื่อง เกี่ยวกับชีวิตของคนๆหนึ่งซึ่งธรรมดาสามัญที่สุด โดยในเนื้อหาของเพลงเล่าถึงความหวัง ที่ได้มองเห็นทารกเติบโตขึ้นมาบนโลกใบนี้ หรือแม้กระทั่งการเห็นคนที่เดินผ่านไปมา แล้วเกิดการคิดคำนึงขึ้นมา ทั้งนี้บทเพลง What a Wonderful World ได้ถูกขับร้องในปี 1967 โดย Louis Armstrong นักร้องผิวสีที่ร้องและถ่ายทอดออกมาได้ดี ทำให้บทเพลงที่รู้สึกถึงการมองเห็นความหวังในอนาคตจากผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ  อย่างประโยคที่ร้องว่า


I hear baby's cry, and I watched them grow
They'll learn much more than I'll ever know 
And I think to myself what a wonderful world.
Yes, I think to myself what a wonderful world.



               ด้วยความที่บทเพลงที่เรียบง่ายมาผสมกับดนตรีแบบแจ๊สแล้ว เวลาฟังทำให้รู้สึกว่าบทเพลงมีความคลาสสิคในตัวมันเอง และเป็นเพลงแนวคิดบวก ซึ่ง What a Wonderful World ถูกแต่งขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดย Bob Thiele แต่กลับไปประสบความสำเร็จที่อังกฤษ ที่สำคัญยังเป็นเพลงที่สร้างชื่อให้กับBob Thiele และ Louis Armstrong ซึ่งปัจจุบันเพลงนี้ยังถูกนำมาร้องหลายครั้ง เพราะมันเป็นเพลงที่สามารถเข้ากับทุกยุคสมัยเพราะความเรียบง่ายนั่นเอง



Louis Armstrong - What a wonderful world





                                            What a Wonderful World โดย Louis Armstrong

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

เพชรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด โดย Marilyn Monroe

Marilyn Monroe


               Diamonds are a girl's best friend เป็นเพลงที่ร้องโดย Marilyn Monroe  ที่บอกถึงผู้หญิงกับเครื่องเพชรเป็นของคู่กัน โดย Marilyn Monroe แสดงเป็นผู้หญิงสวยแต่อับปัญญาในภาพยนตร์เรื่อง Gentlemen Prefer Blondes โดยคาแรกเตอร์เป็นผู้หญิงที่ตาลุกวาวกับเพชรนิลจินดา และความร่ำรวย เธอเลยจ้องหาสามีรวยๆซักคนไว้บำรุงบำเรอเธอ แล้วเธอก็ได้หมั้นกับเศรษฐีหนุ่มที่แสนจะซื่อ(บื้อ)ที่ซื้อทุกอย่างให้ แต่พ่อพระเอกก็รู้สึกไม่ไว้ใจเลยจ้างนักสืบตามสืบ เนื้อเรื่องเป็นหนังเบาสมองทั่วไป แต่ว่าภาพยนตร์เป็นแนวบรอดเวย์ มีความคลาสสิก สนุกสานคลายเครียดได้ดี ถ้าใครชอบละครเวทีคงชอบหนังเรื่องนี้

               เพลงนี้ถือเป็นตัวแจ้งเกิดให้กับ Marilyn Monroe และมีคำกล่าวว่าผู้หญิงผมบลอน์(สวย)มักโง่ ก็มีที่มาจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ้ามานั่งดูในปัจจุบัน เห็นว่าหนังเรื่องนี้เป็นสัญลักษณ์ของยุค 50 นั่นคือ คลาสสิก หรูหรา ทุกอย่างดูสวยงาม โดย Madonna เคยได้แรงบันดาลใจจากคาแรกเตอร์นี้มาใช้ในเพลง Material Girl ในปี 1984










วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

Wall in your heart กำแพงของหัวใจในยุค 2000

Wall in your heart โดย Shelby Lynne


              เพลงฟังสบายๆอย่าง เพลง Wall in your heart ร้องโดย Shelby Lynne เป็นเพลงในยุค 2000 ซึ่งเป็นเพลงที่ดังในระยะหนึ่งในบ้านเรา เนื่องจากเพลงนี้ได้เป็นเพลงประกอบโฆษณา Orange ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็น True จำได้เลยว่าผู้เขียนเริ่มสนใจเพลงนี้จากโฆษณา Orange นี่แหละ ฟังแล้วเพลินดีแท้ๆ กลายเป็นว่าทั้งโฆษณา ทั้งเพลงประกอบเลยดังและเป็นกระแสในช่วงนั้น

               ซึ่งจริงๆแล้วเพลง Wall in your heart เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Shallow Hal ในปี 2001 แต่มันก็ไม่เป็นกระแสเท่าเป็นเพลงประกอบโฆษณา ผู้เขียนเคยดูหนังเรื่องนี้(หลายรอบ)อยู่ รู้สึกว่าหนังมันเด่นกว่าเพลง เลยสนุกกับหนังมากกว่า นั่นมันอาจเป็นเพราะว่า โฆษณาในบ้านเราจะชอบเล่นอารมณ์และความรู้สึกของคน ทำให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่าย โดยสื่อถึงชีวิตของคนในปัจจุบันที่สื่อถึงความแตกต่างกัน 2 ขั้วแม้จะอยู่ในสังคมเดียวกัน  แล้วเพลง Wall in  your heart ก็ตรงประเด็นของเนื้อหาโฆษณาพอดี คือการเข้าไปในกำแพงหัวใจ