วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

สุนทราภรณ์ มาฟังเพลงไทยคลาสสิกอมตะ

สุนทราภรณ์

                              เพลงไทยเก่าที่ชอบมากคือ เพลงของสุนทราภรณ์ การใช้ภาษา ทำนองเพลง สัมผัสคล้องจองคลาสสิกมาก ฟังแล้วเพลินๆ สบายๆ สุนทราภรณ์ถือเป็นบรมครูด้านการแต่งเพลง เพลงที่สุนทราภรณ์แต่งมีเป็นร้อยเป็นพันเพลง มีการนำมาร้องใหม่แล้วหลายครั้ง เพลงสุนทราภรณ์ถือเป็นตำนานเพลง-ดนตรีของเมืองไทย
 คลิ๊กอ่านประวัติของครูเอื้อ http://www.maemaiplengthai.com/webboard/viewthread.php?tid=754


           เพลง ขอให้เหมือนเดิม  

                                                                     เพลง นางฟ้าจำแลง


                                                                          เพลง อุษาสวาท


                                                 เพลง พรหมลิขิต ร้องโดย วินัย จุลละบุษปะ

                                                    เพลง เพลินเพลงแมมโบ้- เยื่อไม้


                                                                   เพลง ฟลอร์เฟื่องฟ้า
                                                                      เพลง สุขกันเถอะเรา

ภาพโดย

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

Lobo ฟังเพลงสบายๆสไตล์ป๊อปคันทรี


LOBO
                       เพลงเก่ามากอีกเพลงหนึ่ง คือ LOBO เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน สบายๆ เรื่อยๆ เนื้อหาเพลงแต่งง่ายๆ ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในชนบท อยู่ตามทุ่งหญ้า(เพ้อ) ประวัติของLoboมีไม่มากนัก เป็นเพลงสมัยยุค70 บางคนรู้จัก บ้างไม่รู้จัก หาคอนเสิร์ตLoboตัวจริงๆยาก แต่จะมีเหมือนตัวแทนร้องได้ใกล้เคียง Lobo
                  
                        Lobo หรือ Roland Kent Lavoie เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในยุค 70 มีเพลงติดอันดับ top ten หลายเพลงเช่น    "Me and You and a Dog Named Boo," "I'd Love You to Want Me" และ"Don't Expect Me To Be Your Friend."
               
                        Lobo เกิดในเมืองแทลละเฮลซี รัฐฟลอลิดา สหรัฐอเมริกา เขาเป็นเด็กหนึ่งในเจ็ดคนที่ถูกเลี้ยงดูมาใน วินเทอร์ เฮเวน เขาไม่เคยพบพ่อของเขา แต่ทราบว่าพ่อของเขาเป็นมือกีต้าร์ในวงดนตรีที่มีชื่อเสียง ส่วนแม่ของเขาก็ร้องเพลงอยู่ในวงดนตรีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความสนใจดนตรีของเขาไม่ได้มาจากครอบครัว แต่มาจากดนตรีข้างถนน หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งฟลอลิดาในปี 1963 เขาได้เข้าร่วมในวงเดอะซูการ์บีทส์ (the Sugar Beat)   โดยมีบิลล์ เดนแมนเป็นมือเบส ริก เอ็มมาร์ทเป็นมือกลอง และเขากับบิลล์ เอลลิงตัน เป็นมือกีตาร์ ซึ่งทำให้เขาได้พบกับโปรดิวเซอร์ชื่อฟิล เจร์นฮาร์ด (Phi Gernhard) โดยฟิล เจร์นฮาร์ดได้ให้เขาบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในอัลบั้ม “What Am I Doing Here?”

                             เพลง Me and You And A Dog Named Boo โด่งดังอย่างมาก โปรดิวเซอร์ฟิล เจร์นฮาร์ด เกรงว่าเพลงนี้จะทำให้ฝูงชนทราบเรื่องของเคนท์จนเกินไป และเคนท์จะเกิดปัญหาในการใช้ชีวิต จึงตั้งนามแฝงให้ใช้ในการแสดงว่า Lobo (เป็นภาษาสเปน แปลว่า หมาป่า) ซึ่งเคนท์อธิบายว่าหมายถึงหมาป่า ซึ่งสื่อความหมายถึงหมาป่าที่โดดเดี่ยว
ความสำเร็จของBoo ทำให้อัลบั้มเดี่ยวของเคนท์ในชื่อ “โลโบ” ถือกำเนิดขึ้นโดยอัลบั้มแรกก็คือ Introducing Lobo ในปี พ.ศ. 2515 จากนั้น อัลบั้มที่สอง A Simple man ก็ตามมา และตามด้วยเพลงที่เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำคือ I’d Love You To Want Me
ในปี พ.ศ. 2516 อัลบั้ม Calumet ได้ออกสู่ท้องตลาด และเพลงHow Can I Tell Her ก็กลายเป็นเพลงดังติดอันดับสองในปีพ.ศ. 2516 และยังเป็นอันดับที่ 30 ในปี พ.ศ. 2517
ปัจจุบัน โลโบอาศัยอยู่กับภรรยาชื่อซูซี่ ที่ฟลอริดา และมีการออกทัวร์คอนเสิร์ต

                                                      Me and You and Dog Named Boo
                                                             I'd Love You To Want Me
                                                         Don't expect me to be your friend

                                                                           Stoney


                                                        How Can I Tell Her About You
                                                                   Rock and Roll Days
ข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%9A_(%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87)

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

Bee Gees เพลงป๊อปดิสโก้

Bee Gees ในปี 1997

                    Bee Gees เป็นวงที่ประกอบด้วยสามพี่น้องตะกูลกิ๊บส์(Gibb)  "มอริซ, โรบิน, แบร์รี" ทั้งสามคนเกิดที่เกาะมาน ประเทศอังกฤษ โดยมอริซและโรบินเป็นฝาแฝดกัน ในช่วงวัยเด็กพวกเขาอาศัยอยู่ในเขตคอลตัน,แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ  ก่อนจะย้ายไปพำนักอยู่ที่ บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ในปลายยุค 1950 เริ่มทำวงดนตรีที่นั่นตั้งชื่อวงว่า Bee Gees ซึ่งย่อมาจากคำเต็ม ซึ่งคิดขึ้นจากดีเจวิทยุ Bill Gates จากการนำชื่อย่อของเขาเอง และของBill Goode(ที่เห็นพวกเขาแสดงที่ Speedway Circuit)นำมารวมกัน และหลังจากที่เขาประสบความสำเร็จกับซิงเกิลเพลง Spicks and Speaks(ภายหลังเป็นซิงเกิลที่12ของวง) บนเกาะออสเตรเลีย พวกเขาตัดสินใจกลับไปที่ประเทศอังกฤษในเดือนมกราคม ปี1967 และได้พบกับ โรเบิร์ด สติงวู้ด ซึ่งได้เป็นโปรดิวเซอร์ให้พวกเขาเป็นต้นมา และทำให้พวกเขาโด่งดังไปทั่วโลก และมีงานเพลงขายดีที่สุด ทำรายได้ถึง 220ล้าน พวกเขาถูกบันทึกใน Rock and Roll Hall of Fame ในปี 1997 ติดอันดับ 1 ใน 5 งานดนตรีที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป๊อป เป็นรองก็แต่งานของอภิมหาศิลปินอย่าง เอลวิส เพรสลีย์ , เดอะ บีเทิลส์, ไมเคิล แจ็คสัน และพอล แมคคาร์ตนีย์
                         แต่หลังจากที่มอริซ กิ๊บส์ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันเมื่อ 12 มกราคม 2003 พวกเขาจึงประกาศที่จะยุบวง Bee Gees ลงอย่างเป็นทางการ ภายหลังครบรอบ45ปีของวง Bee Gees แต่แล้วในปี 2009 ทั้งแบร์รีและโรบิน ตกลงที่จะทำวง Bee Geesขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


อัลบั้ม " The Bee Gees sing and play 14 Barry Gibb songs"
อัลบั้มแรกๆของ Bee Gees
                    
                     (เล่าย้อน) ปี 1962 Bee Geesเซ็นสัญญาทำอัลบั้มชุดแรก "The Bee Gees sing and play 14 Barry Gibb songs" กับสังกัดเฟสทีฟเร็กคอร์ด แต่ไม่ประสบความสำเร็จในออสเตรเลีย ทำให้สามพี่น้องตัดสินใจกลับประเทศอังกฤษ(แต่ภายหลัง เพลง Spicks and Specks กลับได้ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งในหนังสือพิมพ์เพลง โก-เซ็ต ของออสเตรเลียในเดือนตุลาคม ปี 1966) ต่อมาในปี 1966 เป็นยุคที่เดอะ บีเทิลส์โด่งดังมาก พวกเขามีโอกาสร่วมงานกับ โรเบิร์ต สติงวู้ด จนมีผลงาน "New York Mining Disaster 1941" ในกลางปี 1967 อัลบั้มชุดนี้ติดอันดับเพลงชาร์ตยอดนิยมทั้งในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเพลง "To love somebody" และมีเพลงฮิตอื่นอย่าง Holiday, Massachusetts, World และ I Started a Jock  เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเพลง Bee Geesคือ เป็นเพลงป๊อปเน้นเสียงประสานด้วยเสียงหลอกบีบเสียงให้สูงผิดธรรมชาติหรือที่เรียกว่า "ฟอลเซตโต" ส่วนเนื้อเพลงจะมีมุมมองแปลกๆ
ภาพยนต์ Saturday Night Fever
                        ในยุคสมัยดนตรีดิสโก้เฟื่องฟู ชื่อเสียงของBee Gees ขจรขจายไปทั่วโลก ภายหลังปล่อยอัลบั้มประกอบภาพยนต์ " Saturday Night Fever" ที่มีจอห์น ทราโวตา แสดงนำประกอบด้วยเพลง "More than woman" "Stayin Alive" และ "Jive Takin" ความสำเร็จตอกยำ้ด้วยอัลบั้ม " Spirit having Flown" ซึ่งมีเพลงอันดับหนึ่งอย่าง Tragedy, Too Much Heaven และ Love you inside out ได้สร้างสถิติทำให้Bee Geesมีเพลงอันดับหนึ่งในอเมริกาติดต่อกัน 6 เพลง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาร์ทเพลงอเมริกา อัลบั้มชุดนี้ทำยอดขาย 30 ล้านชุดทั่วโลก แต่เมื่อยุคดิสโก้ถึงคราวดับสูญในคริสตร์ศตวรรษที่ 1980 แนวดนตรียุคนั้นก็เข้าสู่กระแสพังค์ร๊อกและนิวเวฟ ชื่อเสียงของBee Geesก็เงียบตามไปด้วย แต่ก็มีเพลงฮิตบนเกาะอังกฤษในปี 1987 กับเพลง "You win again"จากอัลบั้ม E.S.P Bee Gees ประคับประคองชื่อเสียงเสมอตัวได้ต่อมาอีก20ปี และออกอัลบั้ม This is where I came in ในปี 2001 มีเพลงดังอย่าง alone
อัลบั้ม This is where I came in ในปี 2001
                                                                          Alone
                                                                         Massachusetts
                                                                            Words
                                                                  Island in the Stream
                                                                          I started a Joke
                                                                            Jive Talkin
ภาพ+ข้อมูลจาก
 http://www.clipmass.com/thumb/317/1_316704.jpg